การตั้งค่าคุกกี้

ความเป็นส่วนตัวของคุณเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเรา

คุกกี้เป็นไฟล์เล็กๆ ใช้เพื่อจัดเก็บข้อมูล โดยจะบันทึกลงไปในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องมือสื่อสารที่เข้าใช้งานของลูกค้า ผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์ที่ลูกค้าเลือกใช้ ในขณะที่ลูกค้าเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทฯ ลูกค้าสามารถยอมรับหรือปฏิเสธการใช้งานคุกกี้ได้ โดยการปรับการตั้งค่าในเบราว์เซอร์... 

Always Active

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งในเว็บไซต์ ซึ่งจะทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลและใช้งานในเว็บไซต์ของบริษัทฯ ได้ทุกส่วน คุกกี้ประเภทนี้จะถูกจัดเก็บและลบออกหลังจากการท่องเว็บไซต์ของลูกค้า

คุกกี้ประเภทนี้ใช้ในการจดจำลูกค้าเมื่อลูกค้ากลับมาที่เว็บไซต์ของบริษัทฯ อีกครั้ง สิ่งนี้จะช่วยให้บริษัทฯ จัดเนื้อหาที่เหมาะสำหรับลูกค้าได้ ทักทายลูกค้าด้วยชื่อ และจดจำค่าที่ลูกค้าเลือกได้ อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ได้และใช้ประมวลผลนั้นไม่มีการระบุชื่อ หรือบ่งบอกความเป็นตัวตนของลูกค้าได้ อีกทั้งไม่มีการเก็บข้อมูลจำเพาะบุคคลเช่น ชื่อ อีเมล เป็นต้น และใช้เป็นข้อมูลทางสถิติเท่านั้น

คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้บริษัทฯ สามารถวัดผลการทำงาน โดยประมวลผลจาก จำนวนหน้าที่ลูกค้าเข้าชมเว็บไซต์ ตลอดจนจำนวนลักษณะเฉพาะกลุ่มของผู้เยี่ยมชม โดยข้อมูลดังกล่าวจะนำมาใช้ในการวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมของผู้เยี่ยมชม และบริษัทฯ จะนำผลลัพธ์ดังกล่าวไปใช้ในการปรับปรุงเว็บไซต์ให้ตอบสนองความต้องการ และการใช้งานของผู้เยี่ยมชมให้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ได้และใช้ประมวลผลนั้นไม่มีการระบุชื่อ หรือบ่งบอกความเป็นตัวตนของลูกค้าได้ อีกทั้งไม่มีการเก็บข้อมูลจำเพาะบุคคลเช่น ชื่อ อีเมล เป็นต้น และใช้เป็นข้อมูลทางสถิติเท่านั้น

คุกกี้ประเภทนี้จะจดจำการเข้าหน้าเว็บไซต์ จุดเยี่ยมชมและสนใจของลูกค้า ข้อมูลที่ได้นี้จะนำไปประกอบการปรับเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์ และนโยบายทางการตลาดที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า

Thailand Web Stat

UOBAM : Daily Update 31 กรกฎาคม 2567

Daily Update 31 กรกฎาคม 2567

— ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (30 ก.ค.) แต่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นบริษัทผลิตชิปและบริษัทเทคโนโลยีที่มีมาร์เก็ตแคปสูง ก่อนที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จะเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงไมโครซอฟท์และแอปเปิ้ล ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในสัปดาห์นี้เช่นกัน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 40,743.33 จุด เพิ่มขึ้น 203.40 จุด หรือ +0.50%,

ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,436.44 จุด ลดลง 27.10 จุด หรือ -0.50% และ

ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 17,147.42 จุด ลดลง 222.78 จุด หรือ -1.28%

หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้น 1.54% ตามด้วยดัชนีหุ้นกลุ่มการเงินพุ่งขึ้น 1.19% ส่วนดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 2.2%

ดัชนีดาวโจนส์ปิดในแดนบวก โดยได้แรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่ปรับตัวลงสู่ระดับ 4.143% เมื่อคืนนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมเฟดในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ (31 ก.ค.) โดยตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 5.25-5.50% ในการประชุมครั้งนี้ และคาดว่าเฟดจะส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.

ส่วนดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดลบเนื่องจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มบริษัทผลิตชิป โดยหุ้นไมโครซอฟท์ ปรับตัวลง 0.89% ก่อนที่บริษัทจะเปิดเผยผลประกอบการหลังจากตลาดปิดทำการ ขณะที่หุ้นเมตา แพลตฟอร์มส์ ปรับตัวลง 0.54% และหุ้นอะเมซอนปรับตัวลง 0.81% ก่อนที่ทั้งสองบริษัทจะเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้

หุ้นอินวิเดีย ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐ ร่วงลงกว่า 7% และได้ฉุดดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia SE Semiconductor Index) ร่วงลง 3.88%

หุ้นพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (P&G) ดิ่งลง 4.84% หลังบริษัทเปิดเผยรายได้อยู่ที่ 2.053 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วงเดือนเม.ย.-มิ.ย. 2567 ซึ่งเป็นไตรมาส 4 ตามปีงบการเงินของบริษัท โดยตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.074 หมื่นล้านดอลลาร์

หุ้นเมอร์ค แอนด์ โค ซึ่งเป็นบริษัทยารายใหญ่ของสหรัฐ ร่วงลง 9.8% หลังจากบริษัทปรับลดคาดการณ์กำไรในปีงบการเงิน 2567

หุ้นคราวด์สไตรค์ (Crowdstrike) ซึ่งเป็นบริษัทดูแลความปลอดภัยด้านไซเบอร์ ร่วงลง 9.7% หลังจากมีรายงานว่าสายการบินเดลตาแอร์ไลน์เตรียมดำเนินการทางกฎหมายกับบริษัทคราวด์สไตรค์และไมโครซอฟท์ เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากเหตุการณ์ระบบล่มครั้งใหญ่เมื่อต้นเดือนนี้ ซึ่งส่งผลให้คอมพิวเตอร์หลายล้านเครื่องทั่วโลกประสบปัญหาขัดข้อง รวมถึงทำให้เดลตาต้องยกเลิกเที่ยวบินหลายพันเที่ยว

สหรัฐเปิดเผยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เมื่อคืนนี้ โดยระบุว่าตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ลดลง 46,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 8.18 ล้านตำแหน่งในเดือนมิ.ย. จากระดับ 8.23 ล้านตำแหน่งในเดือนพ.ค. อย่างไรก็ดี ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานเดือนมิ.ย.อยู่ในระดับสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 8.0 ล้านตำแหน่ง

ทั้งนี้ ตัวเลข JOLTS นับเป็นข้อมูลที่เฟดให้ความสนใจ โดยมองว่าเป็นมาตรวัดภาวะตึงตัวในตลาดแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยในการพิจารณานโยบายการเงินและอัตราดอกเบี้ยของเฟด

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนก.ค.ของสหรัฐในวันศุกร์นี้ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 177,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. จากระดับ 206,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.1% ในเดือนก.ค.

 

แหล่งที่มา : UOBAM

แหล่งข้อมูล: บล.เว็ลธ์ เมจิก