การตั้งค่าคุกกี้

ความเป็นส่วนตัวของคุณเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเรา

คุกกี้เป็นไฟล์เล็กๆ ใช้เพื่อจัดเก็บข้อมูล โดยจะบันทึกลงไปในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องมือสื่อสารที่เข้าใช้งานของลูกค้า ผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์ที่ลูกค้าเลือกใช้ ในขณะที่ลูกค้าเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทฯ ลูกค้าสามารถยอมรับหรือปฏิเสธการใช้งานคุกกี้ได้ โดยการปรับการตั้งค่าในเบราว์เซอร์... 

Always Active

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งในเว็บไซต์ ซึ่งจะทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลและใช้งานในเว็บไซต์ของบริษัทฯ ได้ทุกส่วน คุกกี้ประเภทนี้จะถูกจัดเก็บและลบออกหลังจากการท่องเว็บไซต์ของลูกค้า

คุกกี้ประเภทนี้ใช้ในการจดจำลูกค้าเมื่อลูกค้ากลับมาที่เว็บไซต์ของบริษัทฯ อีกครั้ง สิ่งนี้จะช่วยให้บริษัทฯ จัดเนื้อหาที่เหมาะสำหรับลูกค้าได้ ทักทายลูกค้าด้วยชื่อ และจดจำค่าที่ลูกค้าเลือกได้ อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ได้และใช้ประมวลผลนั้นไม่มีการระบุชื่อ หรือบ่งบอกความเป็นตัวตนของลูกค้าได้ อีกทั้งไม่มีการเก็บข้อมูลจำเพาะบุคคลเช่น ชื่อ อีเมล เป็นต้น และใช้เป็นข้อมูลทางสถิติเท่านั้น

คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้บริษัทฯ สามารถวัดผลการทำงาน โดยประมวลผลจาก จำนวนหน้าที่ลูกค้าเข้าชมเว็บไซต์ ตลอดจนจำนวนลักษณะเฉพาะกลุ่มของผู้เยี่ยมชม โดยข้อมูลดังกล่าวจะนำมาใช้ในการวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมของผู้เยี่ยมชม และบริษัทฯ จะนำผลลัพธ์ดังกล่าวไปใช้ในการปรับปรุงเว็บไซต์ให้ตอบสนองความต้องการ และการใช้งานของผู้เยี่ยมชมให้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ได้และใช้ประมวลผลนั้นไม่มีการระบุชื่อ หรือบ่งบอกความเป็นตัวตนของลูกค้าได้ อีกทั้งไม่มีการเก็บข้อมูลจำเพาะบุคคลเช่น ชื่อ อีเมล เป็นต้น และใช้เป็นข้อมูลทางสถิติเท่านั้น

คุกกี้ประเภทนี้จะจดจำการเข้าหน้าเว็บไซต์ จุดเยี่ยมชมและสนใจของลูกค้า ข้อมูลที่ได้นี้จะนำไปประกอบการปรับเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์ และนโยบายทางการตลาดที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า

UOBAM : Daily Update 28 ธันวาคม 2566

Daily Update 28 ธันวาคม 2566

— ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (27 ธ.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 เคลื่อนตัวเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยตลาดยังคงได้ปัจจัยบวกจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค.ปีหน้า

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 37,656.52 จุด เพิ่มขึ้น 111.19 จุด หรือ +0.30%,

ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,781.58 จุด เพิ่มขึ้น 6.83 จุด หรือ +0.14% และ

ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,099.18 จุด เพิ่มขึ้น 24.60 จุด หรือ +0.16%

ในระหว่างวัน ดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวกและลบ ก่อนที่จะปิดตลาดดีดตัวขึ้น โดยทั้ง 3 ดัชนีมีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นทั้งเมื่อเทียบเป็นรายเดือน รายไตรมาส และรายปี

ตลาดหุ้นนิวยอร์กทำสถิติปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 8 สัปดาห์ โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะยุติวงจรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า หลังจากเงินเฟ้อสหรัฐชะลอตัวลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่ออกมาต่ำกว่าคาดในเดือนพ.ย.

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 73.9% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนมี.ค. 2567

— นายโรเบิร์ต แคปแลน อดีตประธานเฟดสาขาดัลลัส กล่าวในรายการ “Squawk Box” ของสถานีโทรทัศน์ CNBC เมื่อวานนี้ว่า เขาคาดว่าเฟดจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในไม่ช้า เนื่องจากเฟดต้องการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย และเฟดต้องการหลีกเลี่ยงการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากเกินไป ทำให้เฟดจำเป็นต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงหากเงินเฟ้อยังคงชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง

ชัค คาร์ลสัน นักวิเคราะห์จากบริษัท Horizon Investment Services ในรัฐอินเดียนา แสดงความเห็นว่า “ภาวะการซื้อขายในตลาดค่อนข้างซบเซาเมื่อคืนนี้ เนื่องจากแทบไม่มีปัจจัยใหม่ ๆ เข้ามากระตุ้นตลาด และปริมาณการซื้อขายก็เบาบาง โดยขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียง 3 วันทำการก็จะสิ้นปี ซึ่งหมายความว่านักลงทุนมีเวลา 3 วันในการตกแต่งบัญชี (Window Dressing) “

ในบรรดาหุ้น 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์พุ่งขึ้นแข็งแกร่งที่สุด ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลง หลังจากราคาน้ำมัน WTI ดิ่งลงเกือบ 2%

— หุ้นไมโครซอฟท์ ปรับตัวลง 0.15% หลังมีรายงานว่าหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ยื่นฟ้องบริษัทไมโครซอฟท์ และบริษัทโอเพนเอไอ (OpenAI) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาแชตบอต แชตจีพีที (ChatGPT) โดยกล่าวหาว่าบริษัททั้งสองละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาของนิวยอร์กไทมส์ ซึ่งรวมถึงการคัดลอกและการใช้ผลงานที่มีคุณค่าและมีลักษณะเฉพาะของนิวยอร์กไทมส์อย่างผิดกฎหมาย พร้อมกับเรียกร้องให้ไมโครซอฟท์และโอเพนเอไอรับผิดชอบต่อความเสียหายคิดเป็นวงเงินหลายพันล้านดอลลาร์

หุ้นแอปเปิ้ลปิดตลาดบวกเล็กน้อย หลังจากศาลอุทธรณ์สหรัฐมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวต่อการนำเข้า Apple Watch ของบริษัทแอปเปิ้ล โดยคำสั่งดังกล่าวถือเป็นชัยชนะของแอปเปิ้ล ทำให้บริษัทยังคงจำหน่าย Apple Watch ซีรีส์ 9 และ Apple Watch Ultra 2 ได้ต่อไปในช่วงปลายปี ซึ่งเป็นช่วงที่บริษัทสามารถทำยอดขายจำนวนมาก

ทั้งนี้ แอปเปิ้ลได้ยุติการจำหน่าย Apple Watch 2 รุ่นดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังคณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐ (ITC) ระบุว่า Apple Watch ทั้ง 2 รุ่นละเมิดสิทธิบัตรการวัดออกซิเจนในเลือดของบริษัทมาซิโม (Masimo) ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ ทำให้ ITC ออกคำสั่งห้ามนำเข้าและจำหน่าย Apple Watch ที่ใช้เทคโนโลยีการวัดระดับออกซิเจนในเลือด

 

แหล่งที่มา : UOBAM

แหล่งข้อมูล: บล.เว็ลธ์ เมจิก