การตั้งค่าคุกกี้

ความเป็นส่วนตัวของคุณเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเรา

คุกกี้เป็นไฟล์เล็กๆ ใช้เพื่อจัดเก็บข้อมูล โดยจะบันทึกลงไปในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องมือสื่อสารที่เข้าใช้งานของลูกค้า ผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์ที่ลูกค้าเลือกใช้ ในขณะที่ลูกค้าเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทฯ ลูกค้าสามารถยอมรับหรือปฏิเสธการใช้งานคุกกี้ได้ โดยการปรับการตั้งค่าในเบราว์เซอร์... 

Always Active

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งในเว็บไซต์ ซึ่งจะทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลและใช้งานในเว็บไซต์ของบริษัทฯ ได้ทุกส่วน คุกกี้ประเภทนี้จะถูกจัดเก็บและลบออกหลังจากการท่องเว็บไซต์ของลูกค้า

คุกกี้ประเภทนี้ใช้ในการจดจำลูกค้าเมื่อลูกค้ากลับมาที่เว็บไซต์ของบริษัทฯ อีกครั้ง สิ่งนี้จะช่วยให้บริษัทฯ จัดเนื้อหาที่เหมาะสำหรับลูกค้าได้ ทักทายลูกค้าด้วยชื่อ และจดจำค่าที่ลูกค้าเลือกได้ อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ได้และใช้ประมวลผลนั้นไม่มีการระบุชื่อ หรือบ่งบอกความเป็นตัวตนของลูกค้าได้ อีกทั้งไม่มีการเก็บข้อมูลจำเพาะบุคคลเช่น ชื่อ อีเมล เป็นต้น และใช้เป็นข้อมูลทางสถิติเท่านั้น

คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้บริษัทฯ สามารถวัดผลการทำงาน โดยประมวลผลจาก จำนวนหน้าที่ลูกค้าเข้าชมเว็บไซต์ ตลอดจนจำนวนลักษณะเฉพาะกลุ่มของผู้เยี่ยมชม โดยข้อมูลดังกล่าวจะนำมาใช้ในการวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมของผู้เยี่ยมชม และบริษัทฯ จะนำผลลัพธ์ดังกล่าวไปใช้ในการปรับปรุงเว็บไซต์ให้ตอบสนองความต้องการ และการใช้งานของผู้เยี่ยมชมให้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ได้และใช้ประมวลผลนั้นไม่มีการระบุชื่อ หรือบ่งบอกความเป็นตัวตนของลูกค้าได้ อีกทั้งไม่มีการเก็บข้อมูลจำเพาะบุคคลเช่น ชื่อ อีเมล เป็นต้น และใช้เป็นข้อมูลทางสถิติเท่านั้น

คุกกี้ประเภทนี้จะจดจำการเข้าหน้าเว็บไซต์ จุดเยี่ยมชมและสนใจของลูกค้า ข้อมูลที่ได้นี้จะนำไปประกอบการปรับเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์ และนโยบายทางการตลาดที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า

UOBAM : Daily Update: 22 มี.ค. 66

Daily Update 22 มี.ค. 66

-ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นติดต่อกันวันที่ 2 ในวันอังคาร (21 มี.ค.) เนื่องจากตลาดคลายความวิตกกังวเกี่ยวกับวิกฤตสภาพคล่องในภาคธนาคาร ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ

-ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 32,560.60 จุด พุ่งขึ้น 316.02 จุด หรือ +0.98%,

-ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,002.87 จุด เพิ่มขึ้น 51.30 จุด หรือ +1.30% และ

-ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,860.11 จุด เพิ่มขึ้น 184.57 จุด หรือ +1.58%

-โอลิเวอร์ เพิร์ช นักวิเคราะห์จากบริษัท Wealthspire Advisors ในรัฐนิวยอร์กกล่าวว่า ตลาดดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งหลังจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ในภาคธนาคารเริ่มบรรเทาลง ภายหลังจากภาครัฐและภาคเอกชนได้พร้อมใจกันแสดงศักยภาพในการฟื้นฟูและให้ความช่วยเหลือสถาบันการเงินที่อ่อนแอ

-หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า นายเจมี ไดมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของธนาคารเจพีมอร์แกน จะเป็นผู้นำการเจรจาร่วมกับผู้บริหารของธนาคารขนาดใหญ่แห่งอื่น ๆ เกี่ยวกับมาตรการครั้งใหม่ในการสร้างเสถียรภาพให้กับธนาคารเฟิร์สท์ รีพับลิค แบงก์ (First Republic Bank – FRB) โดยอาจมีการแปลงเงินฝาก 3 หมื่นล้านดอลลาร์ก่อนหน้านี้ ให้เป็นการเพิ่มทุนในธนาคาร FRB

-ขณะที่สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า กระทรวงการคลังสหรัฐกำลังศึกษาแนวทางในการทำให้บรรษัทค้ำประกันเงินฝากของรัฐบาลกลางสหรัฐ (FDIC) สามารถคุ้มครองเงินฝากได้ทั้ง 100% จากปัจจุบันที่ให้การคุ้มครองไม่เกิน 250,000 ดอลลาร์

-ทางด้านนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐกล่าวว่า ระบบธนาคารของสหรัฐมีเสถียรภาพ หลังจากทางการสหรัฐออกมาตรการคลี่คลายวิกฤตสภาพคล่อง และรัฐบาลพร้อมที่จะดำเนินการมากขึ้นหากพบว่าวิกฤตการณ์ลุกลามออกไป

-ดัชนี S&P500 banking index ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารที่คำนวณใน S&P500 พุ่งขึ้น 3.6% โดยหุ้นโกลด์แมน แซคส์ พุ่งขึ้น 2.5% หุ้นเวลส์ ฟาร์โก พุ่งขึ้น 2.67% หุ้นเจพีมอร์แกน พุ่งขึ้น 2.71% หุ้นมอร์แกน สแตนลีย์ ทะยานขึ้น 3.64% หุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา พุ่งขึ้น 3.03%

-ดัชนี KBW regional banking index ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารระดับภูมิภาค พุ่งขึ้น 4.8% นำโดยหุ้น FRB ทะยานขึ้น 29.5% ส่วนหุ้นแพคเวสต์ บันคอร์ป และหุ้นเวสเทิร์น อัลลิอันซ์ บันคอร์ป พุ่งขึ้น 18.8% และ 15% ตามลำดับ

-ดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้น 3.45% หลังจากราคาน้ำมัน WTI ทะยานขึ้นกว่า 2% โดยหุ้นโคโนโคฟิลลิปส์ พุ่งขึ้น 3.69% หุ้นเอ็กซอน โมบิล ทะยานขึ้น 4.48% หุ้นเชฟรอน พุ่งขึ้น 30.6% หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน พุ่งขึ้น 4.07%

-หุ้นเทสลา พุ่งขึ้น 7.8% หลังจาก China Merchants Bank International ซึ่งติดตามการจดทะเบียนประกันรถยนต์ในประเทศจีนระบุว่า เทสลามีแนวโน้มที่จะทำยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในจีนที่แข็งแกร่งในไตรมาส 1/2566

-นักลงทุนจับตาผลการประชุมเฟดในวันพุธ (22 มี.ค.) ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับช่วงเช้าตรู่ของวันพฤหัสบดี (23 มี.ค.) ตามเวลาไทย ขณะที่ผลสำรวจนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมรอบนี้ ซึ่งจะเป็นการแสดงความเชื่อมั่นของเฟดว่าสามารถรับมือวิกฤตการณ์ในระบบธนาคารขณะนี้ และเฟดจะยังคงให้ความสำคัญกับการสกัดเงินเฟ้อ โดยแม้ว่าตัวเลขเงินเฟ้อชะลอตัวลง แต่ก็ยังสูงกว่าเป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2%

-ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 84.9% ที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.75-5.00% ในการประชุมครั้งนี้ และให้น้ำหนักเพียง 15.1% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ย

 

แหล่งที่มา : UOBAM

แหล่งข้อมูล: บลน.เว็ลธ์ เมจิก