SCBAM : Morning Update ประจำวันที่ 29 พฤศจิกายน 2566
Morning Update by SCBAM
Market update
Major Equity Indices: S&P500+0.10%, NASDAQ+0.29%, STOXX600-0.30%, Nikkei225-0.12%, HSCEI-1.13%, CSI300+0.19%, KOSPI+1.05%, NIFTY+0.48%, SET+0.57%, VNINDEX+0.68%, TH Reits+0.16%, SG Reits-1.44%
Sector Return: Consumer Discretionary-XLY(+0.58%), Real Estate-XLRE(+0.55%), Consumer Staples-XLP(+0.46%), Technology-XLK(+0.19%), Financial-XLF(-0.03%), Healthcare-XLV(-0.51%)
USBY2Y 4.73%, USBY10Y 4.32%, WTI $76.41/bbl, Gold $2,040.97/oz, DXY 102.74
ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ ได้รับแรงหนุนจากการชะลอตัวของ bond yield 10 ปี สหรัฐฯ ภายหลัง ความเห็นของ นาย Christopher Waller (Fed Board) หนุนแนวโน้มการจบรอบขาขึ้นของดอกเบี้ยนโยบาย นอกจากนี้นักลงทุนยังคง รอติดตามการรายดัชนี PCE สหรัฐฯ เพื่อความชัดเจนของทิศทางนโยบายการเงินต่อไป
เบื้องต้นนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี PCE ทั่วไป จะปรับตัวขึ้น (3.1%YoY ในเดือนต.ค. vs 3.4%YoY ในเดือนก.ย.) และ เมื่อเทียบรายเดือน จะปรับตัวขึ้น (0.1%MoM ในเดือนต.ค. vs 0.4%MoM ในเดือนก.ย.) ขณะที่ ดัชนี PCE พื้นฐาน คาดว่าจะปรับตัวขึ้น (3.5%YoY ในเดือนต.ค. vs 3.7%YoY ในเดือนก.ย.) และเมื่อเทียบรายเดือน จะปรับตัวขึ้น (0.2%MoM ในเดือนต.ค. vs 0.3%MoM ในเดือนก.ย.)
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ปิดพุ่งขึ้นกว่า 2% เมื่อวานนี้ ขานรับการคาดการณ์ที่ว่ากลุ่ม OPEC Plus จะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันมากขึ้นในการประชุมสัปดาห์นี้
ผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 102.0 ในเดือนพ.ย. จากระดับ 99.1 ในเดือนต.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 101.0
นาย Joachim Nagel (President of the Bundesbank) เปิดเผยว่า ECB อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งหากแนวโน้มเงินเฟ้อแย่ลง และไม่ควรรีบผ่อนคลายนโยบายเร็วเกินไป
ตลาดหุ้นสหรัฐฯในช่วงที่ผ่านมา S&P500 ปรับตัวขึ้นได้กว่า 10% ตั้งแต่สิ้นเดือน ต.ค. โดยได้แรงหนุนจากแนวโน้มการจบรอบขาขึ้นของดอกเบี้ย แต่เนื่องด้วยราคาที่ปรับขึ้นมาแรง และคาดว่าได้สะท้อนความคาดหวังดังกล่าวไปบ้างแล้ว อีกทั้งตลาดยังขาดปัจจัยสนับสนุนใหม่ เราจึงแนะนำให้เพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น โดยหลังจากนี้คาดว่าตลาดน่าจะให้น้ำหนักกับการรายงานดัชนีเศรษฐกิจที่สำคัญเป็นหลัก เพราะจะสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบของนโยบาย higher for longer ที่มีต่อเศรษฐกิจ ยิ่งถ้าหากรุนแรงมากขึ้น และนโยบายการเงินยังคงเข็มงวดอยู่ สุดท้ายอาจทำให้ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนได้รับผลกระทบตาม
ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปิดทรงตัวบวกลบสลับกันเมื่อวานนี้ โดยยังคงได้รับปัจจัยบวกจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า หนุนกระแสงเงินทุนต่างชาติ ในขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่ รอติดตามการรายดัชนี PCE สหรัฐฯ เพื่อความชัดเจนของทิศทางนโยบายการเงินต่อไป
Outlook & Implication
️ ระยะสั้นคาดตลาดอาจพักฐานหรือแกว่งตัวในกรอบ หลังตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นมาเร็วและแรง แต่เริ่มขาดปัจจัยสนับสนุนใหม่ อย่างไรก็ตามเรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อภาพระยะกลาง 1-2 เดือน จากปัจจัยมหภาคเริ่มผ่อนคลายและสถิติในอดีตเชิงฤดูกาลสนับสนุนการฟื้นตัว
️ สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงปานกลาง-สูงแนะนำลงทุนกองทุนตราสารหนี้โลก SCBINCA ที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากราคาตราสารหนี้ที่มักปรับตัวขึ้นต่อเนื่องหลัง Fed จบรอบดอกเบี้ยขาขึ้น, อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ที่อยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีและสำหรับกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน โดยเฉพาะยามที่ความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยเพิ่มสูงขึ้นในปีหน้า
️ กลุ่มหุ้นคุณภาพสูงที่คาดว่าจะสามารถทนทานในสภาวะดอกเบี้ยสูงและช่วงปลายวัฏจักรเศรษฐกิจได้ดีกว่าตลาดโดยรวมได้แก่ SCBGQUAL, SCBPGF
️ ตลาดหุ้นเวียดนามน่าสนใจในมุมระดับมูลค่าถูกเมื่อเทียบตัวเองในอดีตและภูมิภาค ขณะที่เศรษฐกิจและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง หากประเด็นความกังวลเรื่องสภาพคล่องของ Vingroup ไม่ขยายวงและค่าเงินดอลลาร์ยังอ่อนค่า เราคาดหวังการฟื้นตัวต่อตามตลาดหุ้นโลกแนะนำลงทุนกองทุน SCBVIET โดยดัชนี VN index ที่ตํ่ากว่า 1,100 จุดเป็นระดับที่น่าสะสมแบ่งไม้ลงทุน
แหล่งที่มา : SCBAM
แหล่งข้อมูล : บล.เว็ลธ์ เมจิก