การตั้งค่าคุกกี้

ความเป็นส่วนตัวของคุณเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเรา

คุกกี้เป็นไฟล์เล็กๆ ใช้เพื่อจัดเก็บข้อมูล โดยจะบันทึกลงไปในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องมือสื่อสารที่เข้าใช้งานของลูกค้า ผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์ที่ลูกค้าเลือกใช้ ในขณะที่ลูกค้าเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทฯ ลูกค้าสามารถยอมรับหรือปฏิเสธการใช้งานคุกกี้ได้ โดยการปรับการตั้งค่าในเบราว์เซอร์... 

Always Active

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งในเว็บไซต์ ซึ่งจะทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลและใช้งานในเว็บไซต์ของบริษัทฯ ได้ทุกส่วน คุกกี้ประเภทนี้จะถูกจัดเก็บและลบออกหลังจากการท่องเว็บไซต์ของลูกค้า

คุกกี้ประเภทนี้ใช้ในการจดจำลูกค้าเมื่อลูกค้ากลับมาที่เว็บไซต์ของบริษัทฯ อีกครั้ง สิ่งนี้จะช่วยให้บริษัทฯ จัดเนื้อหาที่เหมาะสำหรับลูกค้าได้ ทักทายลูกค้าด้วยชื่อ และจดจำค่าที่ลูกค้าเลือกได้ อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ได้และใช้ประมวลผลนั้นไม่มีการระบุชื่อ หรือบ่งบอกความเป็นตัวตนของลูกค้าได้ อีกทั้งไม่มีการเก็บข้อมูลจำเพาะบุคคลเช่น ชื่อ อีเมล เป็นต้น และใช้เป็นข้อมูลทางสถิติเท่านั้น

คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้บริษัทฯ สามารถวัดผลการทำงาน โดยประมวลผลจาก จำนวนหน้าที่ลูกค้าเข้าชมเว็บไซต์ ตลอดจนจำนวนลักษณะเฉพาะกลุ่มของผู้เยี่ยมชม โดยข้อมูลดังกล่าวจะนำมาใช้ในการวิเคราะห์รูปแบบพฤติกรรมของผู้เยี่ยมชม และบริษัทฯ จะนำผลลัพธ์ดังกล่าวไปใช้ในการปรับปรุงเว็บไซต์ให้ตอบสนองความต้องการ และการใช้งานของผู้เยี่ยมชมให้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ได้และใช้ประมวลผลนั้นไม่มีการระบุชื่อ หรือบ่งบอกความเป็นตัวตนของลูกค้าได้ อีกทั้งไม่มีการเก็บข้อมูลจำเพาะบุคคลเช่น ชื่อ อีเมล เป็นต้น และใช้เป็นข้อมูลทางสถิติเท่านั้น

คุกกี้ประเภทนี้จะจดจำการเข้าหน้าเว็บไซต์ จุดเยี่ยมชมและสนใจของลูกค้า ข้อมูลที่ได้นี้จะนำไปประกอบการปรับเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์ และนโยบายทางการตลาดที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า

Morning Update by SCBAM (21/3/2025)

✅ Market update ✅

📊 Major Equity Indices: S&P500-0.22%, NASDAQ-0.33%, Russell2000-0.65%

STOXX600-0.43%, HSCEI-2.33%, CSI300-0.88%, KOSPI+0.32%, NIFTY+1.24%, SET-0.67%, VNINDEX-0.05%, TH Reits-0.02%, SG Reits+0.53%, Global REITs+0.79%

📊 Sector Return: Utilities-XLU(+0.41%), Energy-XLE(+0.37%), Financials-XLF(+0.14%), Industrials-XLI(-0.50%), Materials-XLB(-0.63%),   Technology-XLK(-0.71%)

📊 USBY2Y 3.96%, USBY10Y 4.24%, WTI $68.26/bbl (+1.6%), Gold 3,044.9/oz(-0.1%), DXY 103.80

📰 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงเล็กน้อย นักลงทุนกำลังย่อยข่าวผลการประชุม Fed และดัชนีเศรษฐกิจที่ทยอยรายงานออกมา ท่ามกลางความไม่แน่นอนต่อประเด็นสงครามการค้า

📰 US Existing Home Sales เดือนก.พ. สูงกว่าตลาดคาดและเดือนก่อน (4.26M vs 3.95M vs 4.09M) ส่วน Initial Jobless Claim ต่ำกว่าคาดแต่สูงกว่ารอบก่อน (223k vs 224k vs 221k) ขณะที่ Continuing Jobless Claims สูงกว่าคาดและรอบก่อนเล็กน้อย (1,892k vs 1,890k vs 1,859k)

▶️ ดัชนีเศรษฐกิจข้างต้น ช่วยลดความกังวลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ลงได้บ้าง แต่อาจไม่ได้มีน้ำหนักพอที่จะบ่งชี้แนวโน้มเศรษฐกิจได้ชัดเจนมากนัก แนะนำติดตามในสัปดาห์หน้า ได้แก่ US New Home Sales, Personal Income, Personal Spending และ PCE

📰 ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) คงดอกเบี้ยที่ 4.50% ตามตลาดคาดสะท้อนถึงความพยายามรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจภายใต้สถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง

📰 ธนาคารกลางของจีน (PBOC) คงดอกเบี้ยประกาศคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปี เอาไว้ที่ระดับ 3.1% และคงอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปี ที่ระดับ 3.6% ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนได้ให้คำมั่นจะใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินในปีนี้ ซึ่งรวมการปรับลดดอกเบี้ย “ในช่วงเวลาที่เหมาะสม” เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจจีนที่ระดับ +5%YoY

📰 ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้จะอ่านคำพิพากษาคดีถอดถอนนายฮัน ด็อก-ซู นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ในวันจันทร์ที่ 24 มี.ค.นี้ หากศาลพิพากษาถอดถอน นายฮันจะพ้นจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ แต่หากศาลยกฟ้อง นายฮันจะกลับเข้าดำรงตำแหน่งต่อไป  ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวต้องมีเสียงสนับสนุนจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอย่างน้อย 6 จาก 8 เสียง

▶️ หากผลออกมาถอดถอน น่าจะช่วยลดความตึงเครียดทางการเมืองภายใน  ช่วยหนุนการฟื้นตัวของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ แต่หากศาลยกฟ้อง อาจสร้างความไม่พอใจแก่ประชาชนและเพิ่มความไม่แน่นอนทางการเมืองส่งผลกดดันตลาดหุ้นระยะสั้นได้

📰 ปธน.Trump ยืนยันว่า อินเดียจะถูกเก็บภาษีนำเข้าในอัตราเดียวกับที่อินเดียเก็บจากสหรัฐฯ เริ่มตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย.นี้ แม้ว่าอินเดียเริ่มลดภาษีนำเข้าสินค้าบางประเภทและเพิ่มการซื้อพลังงานและอาวุธจากสหรัฐฯ รวมถึงพยายามใช้ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนายก Modi และปธน.Trump เจรจาเพื่อคลี่คลายสถานการณ์แล้วก็ตาม

▶️ รายงานข้างต้น สะท้อนความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและอินเดีย รวมถึงประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่ยังคงดำเนินต่อไปและอาจส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนสูงขึ้นในช่วงวันที่ 2 เม.ย.นี้

🔰Outlook & Implication

💬 กลยุทธ์ระยะสั้น

⏩ แนะนำกระจายการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนโดยรวม ด้วยการแบ่งน้ำหนักส่วนหนึ่ง เลือกลงทุนในหุ้น Quality (SCBGQUAL), หุ้น Value (SCBGVALUE), หุ้น Low Volatility (SCBLEQ) ที่คาดว่าจะผันผวนน้อยกว่าภาวะตลาดโดยรวม นอกจากนี้ กองทุนตราสารหนี้โลกที่กระจายการลงทุนในตราสารหนี้หลายประเภททั่วโลก (SCBINCA) ได้ผลบวกจาก US Bond Yield ที่มีแนวโน้มปรับลงและช่วยกระจายความเสี่ยงในช่วงเวลาที่สินทรัพย์เสี่ยงมีความผันผวนสูง

⏩ กระจายการลงทุนในตลาดหุ้นนอกสหรัฐฯ ที่มีประเด็นบวกเฉพาะตัว และโมเมนตัมที่แข็งแรงกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้แก่ ตลาดหุ้นยุโรป, เวียดนาม

➡️ SCBEUEQA/ SCBEUROPE(A) ตลาดหุ้นยุโรปได้ปัจจัยหนุนจากเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดี จากเยอรมันมีการใช้จ่ายทางการคลังมากขึ้น รวมทั้ง Valuation ตลาดไม่แพง

➡️ SCBVIET(A) ตลาดหุ้นเวียดนาม มีโมเมนตัมแข็งแกร่ง หลังดัชนียืนเหนือ 1,300 จุดได้ท่ามกลางตลาดหุ้นโลกที่ผันผวนสูง รวมทั้งเศรษฐกิจและกำไรตลาดหุ้นมีแนวโน้มเติบโตสูง และ Valuation ไม่แพง

💬กองทุนเเนะนำระยะกลาง

➡️ SCBS&P500/ SCBNDQA/ SCBDJI (Accumulate Buy) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยรวมคาดว่าจะปรับตัวโดดเด่นกว่าตลาดหุ้นโลก จากนโยบาย Pro-growth Policies ของ Trump, Policy Normalization ของ Fed และ Productivity & Profit ของบริษัทเอกชนสหรัฐฯ ที่เติบโตดีต่อเนื่อง

➡️ SCBUSA/SCBUSSM (Accumulate Buy) เริ่มเกิดการพักฐานระยะสั้นของกลุ่ม AI Adopters และกลุ่มหุ้นขนาดเล็กสหรัฐฯ  ซึ่งเรามองเป็นจังหวะที่ดีในสะสมลงทุน

➡️ SCBCEH/SCBCTECH (Buy on Dip) ตลาดหุ้นจีนฮ่องกง โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี คาดจะได้แรงหนุนจากความคาดหวังว่าการมาของ DeepSeek จะช่วยเร่ง AI Adoption เร็วขึ้น แต่การปรับตัวขึ้นมาเร็วและแรง อาจเพิ่มความเสี่ยงพักฐานระยะสั้น หากนักลงทุนที่ลงทุนอยู่แล้วอาจพิจารณาขายทำกำไรบางส่วนได้เช่นกัน เพื่อบริหารความเสี่ยงและสัดส่วนของพอร์ต

 

แหล่งที่มา : SCBAM

แหล่งข้อมูล : บล.เว็ลธ์ เมจิก