Morning Update by SCBAM (21/3/2025)
Market update
Major Equity Indices: S&P500-0.22%, NASDAQ-0.33%, Russell2000-0.65%
STOXX600-0.43%, HSCEI-2.33%, CSI300-0.88%, KOSPI+0.32%, NIFTY+1.24%, SET-0.67%, VNINDEX-0.05%, TH Reits-0.02%, SG Reits+0.53%, Global REITs+0.79%
Sector Return: Utilities-XLU(+0.41%), Energy-XLE(+0.37%), Financials-XLF(+0.14%), Industrials-XLI(-0.50%), Materials-XLB(-0.63%), Technology-XLK(-0.71%)
USBY2Y 3.96%, USBY10Y 4.24%, WTI $68.26/bbl (+1.6%), Gold 3,044.9/oz(-0.1%), DXY 103.80
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงเล็กน้อย นักลงทุนกำลังย่อยข่าวผลการประชุม Fed และดัชนีเศรษฐกิจที่ทยอยรายงานออกมา ท่ามกลางความไม่แน่นอนต่อประเด็นสงครามการค้า
US Existing Home Sales เดือนก.พ. สูงกว่าตลาดคาดและเดือนก่อน (4.26M vs 3.95M vs 4.09M) ส่วน Initial Jobless Claim ต่ำกว่าคาดแต่สูงกว่ารอบก่อน (223k vs 224k vs 221k) ขณะที่ Continuing Jobless Claims สูงกว่าคาดและรอบก่อนเล็กน้อย (1,892k vs 1,890k vs 1,859k)
ดัชนีเศรษฐกิจข้างต้น ช่วยลดความกังวลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ลงได้บ้าง แต่อาจไม่ได้มีน้ำหนักพอที่จะบ่งชี้แนวโน้มเศรษฐกิจได้ชัดเจนมากนัก แนะนำติดตามในสัปดาห์หน้า ได้แก่ US New Home Sales, Personal Income, Personal Spending และ PCE
ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) คงดอกเบี้ยที่ 4.50% ตามตลาดคาดสะท้อนถึงความพยายามรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจภายใต้สถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
ธนาคารกลางของจีน (PBOC) คงดอกเบี้ยประกาศคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปี เอาไว้ที่ระดับ 3.1% และคงอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปี ที่ระดับ 3.6% ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนได้ให้คำมั่นจะใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินในปีนี้ ซึ่งรวมการปรับลดดอกเบี้ย “ในช่วงเวลาที่เหมาะสม” เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจจีนที่ระดับ +5%YoY
ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้จะอ่านคำพิพากษาคดีถอดถอนนายฮัน ด็อก-ซู นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ในวันจันทร์ที่ 24 มี.ค.นี้ หากศาลพิพากษาถอดถอน นายฮันจะพ้นจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ แต่หากศาลยกฟ้อง นายฮันจะกลับเข้าดำรงตำแหน่งต่อไป ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวต้องมีเสียงสนับสนุนจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอย่างน้อย 6 จาก 8 เสียง
หากผลออกมาถอดถอน น่าจะช่วยลดความตึงเครียดทางการเมืองภายใน ช่วยหนุนการฟื้นตัวของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ แต่หากศาลยกฟ้อง อาจสร้างความไม่พอใจแก่ประชาชนและเพิ่มความไม่แน่นอนทางการเมืองส่งผลกดดันตลาดหุ้นระยะสั้นได้
ปธน.Trump ยืนยันว่า อินเดียจะถูกเก็บภาษีนำเข้าในอัตราเดียวกับที่อินเดียเก็บจากสหรัฐฯ เริ่มตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย.นี้ แม้ว่าอินเดียเริ่มลดภาษีนำเข้าสินค้าบางประเภทและเพิ่มการซื้อพลังงานและอาวุธจากสหรัฐฯ รวมถึงพยายามใช้ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนายก Modi และปธน.Trump เจรจาเพื่อคลี่คลายสถานการณ์แล้วก็ตาม
รายงานข้างต้น สะท้อนความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและอินเดีย รวมถึงประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่ยังคงดำเนินต่อไปและอาจส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนสูงขึ้นในช่วงวันที่ 2 เม.ย.นี้
Outlook & Implication
กลยุทธ์ระยะสั้น
แนะนำกระจายการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนโดยรวม ด้วยการแบ่งน้ำหนักส่วนหนึ่ง เลือกลงทุนในหุ้น Quality (SCBGQUAL), หุ้น Value (SCBGVALUE), หุ้น Low Volatility (SCBLEQ) ที่คาดว่าจะผันผวนน้อยกว่าภาวะตลาดโดยรวม นอกจากนี้ กองทุนตราสารหนี้โลกที่กระจายการลงทุนในตราสารหนี้หลายประเภททั่วโลก (SCBINCA) ได้ผลบวกจาก US Bond Yield ที่มีแนวโน้มปรับลงและช่วยกระจายความเสี่ยงในช่วงเวลาที่สินทรัพย์เสี่ยงมีความผันผวนสูง
กระจายการลงทุนในตลาดหุ้นนอกสหรัฐฯ ที่มีประเด็นบวกเฉพาะตัว และโมเมนตัมที่แข็งแรงกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้แก่ ตลาดหุ้นยุโรป, เวียดนาม
SCBEUEQA/ SCBEUROPE(A) ตลาดหุ้นยุโรปได้ปัจจัยหนุนจากเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดี จากเยอรมันมีการใช้จ่ายทางการคลังมากขึ้น รวมทั้ง Valuation ตลาดไม่แพง
SCBVIET(A) ตลาดหุ้นเวียดนาม มีโมเมนตัมแข็งแกร่ง หลังดัชนียืนเหนือ 1,300 จุดได้ท่ามกลางตลาดหุ้นโลกที่ผันผวนสูง รวมทั้งเศรษฐกิจและกำไรตลาดหุ้นมีแนวโน้มเติบโตสูง และ Valuation ไม่แพง
กองทุนเเนะนำระยะกลาง
SCBS&P500/ SCBNDQA/ SCBDJI (Accumulate Buy) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยรวมคาดว่าจะปรับตัวโดดเด่นกว่าตลาดหุ้นโลก จากนโยบาย Pro-growth Policies ของ Trump, Policy Normalization ของ Fed และ Productivity & Profit ของบริษัทเอกชนสหรัฐฯ ที่เติบโตดีต่อเนื่อง
SCBUSA/SCBUSSM (Accumulate Buy) เริ่มเกิดการพักฐานระยะสั้นของกลุ่ม AI Adopters และกลุ่มหุ้นขนาดเล็กสหรัฐฯ ซึ่งเรามองเป็นจังหวะที่ดีในสะสมลงทุน
SCBCEH/SCBCTECH (Buy on Dip) ตลาดหุ้นจีนฮ่องกง โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี คาดจะได้แรงหนุนจากความคาดหวังว่าการมาของ DeepSeek จะช่วยเร่ง AI Adoption เร็วขึ้น แต่การปรับตัวขึ้นมาเร็วและแรง อาจเพิ่มความเสี่ยงพักฐานระยะสั้น หากนักลงทุนที่ลงทุนอยู่แล้วอาจพิจารณาขายทำกำไรบางส่วนได้เช่นกัน เพื่อบริหารความเสี่ยงและสัดส่วนของพอร์ต
แหล่งที่มา : SCBAM
แหล่งข้อมูล : บล.เว็ลธ์ เมจิก