Morning Update by SCBAM (11/12/24)
Major Equity Indices: S&P500-0.30%, NASDAQ-0.25%, Russell2000-0.42% STOXX600-0.52%, Nikkei225+0.53%, HSCEI-0.74%, CSI300+0.73%, KOSPI+2.43%, NIFTY-0.04%, VNINDEX-0.14%, SG Reits-0.68%, Global REITs+0.17%
Sector Return: Communication Services-XLC(+1.57%),Consumer Staples-XLP(+0.47%), Consumer Discretionary(+0.16%), Materials-XLB(-1.02%), Technology-XLK(-1.39%), Real Estate-XLRE(-1.62%)
USBY2Y 4.14%, USBY10Y 4.23%, WTI $68.59/bbl (+0.3%), Gold 2,694.25/oz (+1.3%), DXY 106.40
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบต่อเนื่อง จากแรงขายทำกำไรหลังดัชนีปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในช่วงก่อนหน้า ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาการเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต
หุ้น Alphabet ปรับตัวขึ้นเกือบ 6% หลังเปิดตัว “Willow” ชิปควอนตัมที่พัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและแก้ไขข้อผิดพลาด ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในแผน 6 ขั้นตอนของ Google ที่ตั้งเป้าพัฒนาระบบควอนตัมขนาด 1 ล้านคิวบิต เพื่อรองรับการประมวลผลปัญหาที่ซับซ้อนเกินความสามารถของคอมพิวเตอร์ทั่วไป
️ การพัฒนาชิปควอนตัม “Willow” ของ Google ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในระยะยาวของควอนตัมคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะในแอปพลิเคชันขั้นสูง เช่น การจำลองข้อมูลขนาดใหญ่และการถอดรหัสข้อมูล อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และการนำไปใช้เชิงพาณิชย์อาจต้องใช้เวลาอีกหลายปี นักลงทุนจึงควรพิจารณาบริษัทที่มุ่งลงทุนด้าน R&D และนวัตกรรม ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีในอนาคต
คาดการณ์เงินเฟ้อ CPI เดือน พ.ย. ของสหรัฐฯ เบื้องต้นจะเพิ่มขึ้น 2.7% YoY สูงขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนที่ 2.6% สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ ขณะที่ Core CPI คาดว่าจะทรงตัวที่ 3.3% YoY โดยทั้งสองดัชนีคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% MoM ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวโน้มนโยบายการเงินในระยะต่อไป
️ แม้คาดการณ์เงินเฟ้อสะท้อนการชะลอตัวที่ยังไม่ชัดเจนเพียงพอ แต่ Fed Watch Tool ชี้โอกาสที่ Fed จะลดดอกเบี้ย 25bps ในการประชุม 18 ธ.ค. เพิ่มขึ้นเป็น 85.8% จาก 72.9% สัปดาห์ก่อน ซึ่งสนับสนุนความเชื่อมั่นระยะสั้นจากแนวโน้มนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย อย่างไรก็ตาม ควรติดตามข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อประเมินแนวโน้มในระยะยาว
ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปิดลบเมื่อวานนี้ ขณะที่ตลาดอื่น เช่น ญี่ปุ่น จีน A-shares และเกาหลีใต้เคลื่อนไหวในแดนบวก โดยเฉพาะตลาดหุ้นเกาหลีใต้ที่ปรับตัวโดดเด่น หลังทางการแสดงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนและรักษาเสถียรภาพของตลาด
️ ติดตามการประชุม Central Economic Work Conference (คาดวันที่ 11-12 ธ.ค.) คาดอาจมีสัญญาณมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยเฉพาะการบริโภค หากประกาศมาตรการเชิงบวก อาจช่วยเสริม Sentiment ตลาดหุ้นจีนอย่างมีนัยสำคัญ
Outlook & Implication
เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยมองว่าการปรับฐานจากแรงเทขายทำกำไรที่ผ่านมาเป็นโอกาสในการทยอยสะสม คาดว่าการฟื้นตัวของดัชนีจะกระจายตัวในหลายอุตสาหกรรมจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียน สำหรับตลาดหุ้นเอเชียเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว เเนะนำจับตาผลการประชุม Central Economic Work Conference ของจีน ซึ่งหากมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม จะช่วยเสริม Sentiment บวกต่อตลาดหุ้นจีน
SCBS&P500/ SCBNDQA/ SCBDJI/ SCBUSA (Accumulate Buy) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ คาดว่าจะปรับตัวโดดเด่นกว่าตลาดหุ้นโลกโดยรวม จากนโยบายของ Trump ที่เน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและบริษัทเอกชนของสหรัฐฯ เป็นหลัก
SCBRS2000/ SCBUSSM (Accumulate Buy) กลุ่มหุ้นขนาดเล็กสหรัฐฯ คาดฟื้นตัวเด่นจากพื้นฐานที่ดีขึ้นและนโยบายปรับลด Corporate Tax ของ Trump หากเกิดขึ้นจะช่วยหนุนกลุ่มหุ้นขนาดเล็กมากเป็นพิเศษ ประกอบกับสถิติเชิงฤดูกาลและหลังการเลือกตั้งสหรัฐฯ มักปรับตัวขึ้นดีกว่าตลาดรวม
SCBGOLD (Accumulate Buy) ระยะสั้นมีปัจจัยหนุนจากความตึงเครียดระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่เพิ่มสูงขึ้น ส่วนระยะกลาง-ยาว ทองคำมีโอกาสปรับขึ้นจากฐานะการคลังสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มอ่อนแอลงในระยะยาว รวมถึง เงินเฟ้อมีโอกาสปรับขึ้นจากนโยบายกระตุ้นของ Trump
แหล่งที่มา : SCBAM
แหล่งข้อมูล : บล.เว็ลธ์ เมจิก